2008/Apr/03

อาจจะไม่เกี่ยวกับการไปเที่ยวญี่ปุ่น แต่ผลสอบเอ็นท์ส่วนแรกก็ออกแล้วนะคร้าบบบบบ

เป็นคะแนนเอเน็ต หรือ วิชาชั้นสูง อะไรของเค้านี่แหละครับ

โดยรวมก็โอนะ ได้ญีปุ่นน้อยกว่าที่คิด แต่ก้ไม่น้อยกว่าคะแนนตํ่าสุดที่คิดว่าจะได้อะครับ แต่ก็ไม่รุสึกแย่นะ เพราะได้ไทยมากกว่าที่คิด สรุปคือแฮปปี้ครับ รอดูโอเน็ต หรือ วิชาพื้นฐานอีกที

อิอิ *0*

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

สวัสดีครับ

นี่คือวันที่ 1 ในญี่ปุ่นครันครั้งที่สองของผมครับ หวังว่าจะได้มีครั้งต่อไปนะครับ *-*

วันที่ 22 ตั้งแต่เช้าก็วุ่นอยู่กับละครเวทีครับ น้องไปประกวดละครภาษาญีปุ่่น ก็ไปดู อยู่ถึงเที่ยงๆก็กลับมาซื้อของให้ครบ กลับบ้านมาเช็คกระเป๋าอีกรอบ นัดกับเพื่อนไว้ตอน 2 ทุ่ม ครับ

เจอเพื่อนๆแล้วผมก็ไปแลกเงินเพิ่มอีกหน่อยนึง เช็คกระเป๋าแล้วก็ลงไปกินข้าวครับ แล้วก็ไม่มีไรทำและ ไปรอขึ้นเครื่องดีกว่า

ครั้งนี้ขึ้นเครื่องของ JAL ครับ ตื่นเต้นเหมือนกันว่าจะเป็นยังไง เพราะคราวที่แล้วขึ้นสายการบินประจำชาติแล้วก็นะ...แอบไม่ค่อยประทับใจเครื่องเท่าไหร่

รู้สึกว่าไฟลท์นี้จะไม่ค่อยมีคนไทยเลยนะ ถ้าไม่ใช่มีพวกผมกลุ่มเดียว ก็คงมีแบบนับคนได้เลยล่ะ ส่วนใหญ่เป็นคนญี่ปุ่นหมดครับ

พอขึ้นเครื่องก็แทบอยากกรี๊ด มีจอส่วนตัวด้วย ดีใจครับ 55555+ ตามเวลา เครื่องจะถึงสนามบินคันไซเวลาประมาณ 7โมงเช้า ตามเวลาญี่ปุ่นครับ

บนเครื่องก็็๋็เลยจะมีเสิร์ฟอาหารเช้าด้วย แต่ว่าไม่ค่อยหิวเลยง่ะ เลยกินไปไม่เยอะเท่าไหร่ เสียดายยยยยย Y๐Y

พอออกมาจากเครื่องก็สัมผัสได้ถึงความหนาวเย็นอย่างร้ายกาจ แต่ก็ชอบนะ อากาศแบบนี้ ช่างต่างกับที่ที่เราจากมาจริงๆ โชคดีที่เคยลงที่ีนี่มาก่อน เลยไม่ต้องเอ๋อๆหาทางไปรับกระเป๋าครับ ต้องขึ้นรถไฟไปรับ เสร็จออกมานี่แหละครับ เอ๋อของจริง ต้องหาทางไปขึ้นรถไฟไปเกียวโตให้ได้

สิ่งที่ต้องใช้มีเพียงตากับปากจริงๆครับ เดินเข้าไปถามนายสถานีได้เลย ได้ความแล้วก็ขึ้นไปนั่งเลยครับ รถไฟเทียบท่าพอดีนั่งไปเรื่อยๆ นานพอดูเลยนะ ตอนที่คนขึ้นมาเยอะๆ ก็มีคนช่วยผมยกกระเป๋าขึ้นไปเก็บที่ชั้นข้างบนครับ แอบคิดเหมือนกันว่าตอนหยิบลง จะหยิบยังไงไม่ให้มันลงมาทับหัวแบะ - -* แล้วผมก็เห็นแว้บๆว่า พี่ผู้ชายที่ช่วยผมยกกระเป๋าอะ คือดูยังไงก็เป็นคนญีปุ่่นนะ แต่หนังสือที่เค้าถืออยู่เหมือนจะเป็นภาษาไทย เห็นแค่แว้บๆ แต่ก็ไม่ไ้ดคิดอะไรครับ พอไปถึงสถานีที่ต้องลงเพื่อเปลี่ยนสาย พี่คนเดิมก็ลงเหมือนกันแล้วก็ช่วยผมยกกระเป๋าลงด้วย พอลงจากรถพวกเราก็เอ๋อจของจริงครับ ต้องควักแผนที่ออกมาให้วุ่น

แล้วพี่คนเดิมแหละครับ จู่ๆก็ถามออกมาด้วยภาษาไทยค่อนข้างชัดเลยนะว่า "จะไปไหน"

เราก็บอกพี่เค้าไปว่า จะไปลงที่สถานีเกียวโต เค้าก็บอกสั้นๆว่า "ตามมา" แล้วก็เดินลิ่วๆพาเราไปเลย!!

ตอนที่เดินตามพี่เค้าก็รู้สึกว่ามันซับซ้อนมากๆ โอ้ว ไม่เคยเจอสถานีรถไฟที่ซับซ้อนขนาดนี้มาก่อน จนมาถึงพอได้คุยกันเค้าก็บอกว่าเค้าพอพูดไทยแล้วก็ภาษาเพื่อนบ้านเราได้นิดหน่อย แต่จะขอถ่ายรูปพี่เค้าก็ไม่ยอม จนสุดท้ายตอนที่รถไฟวิ่้งมา หันไปอีกที พี่เค้าก็หายตัวไปเฉยเลย.....

ยังไม่ได้บอกขอบคุณเลยง่า.....

 

 

บรรยากาศในรถไฟ

 

แต่หลังจากนั้นเราก็ขึ้นรถไฟเพื่อไปสถานีเกียวโต ไปซื้อบัตรที่ใช้ขึ้นรถเมล์ในเกียวโต เป็นแบบเหมาจ่าย 500 เยน ใช้กี่รอบก็ได้ใน 1 วันครับ คุ้มมากๆ เพราะแค่รอบเดียวก็ปาเข้าไป 220 เยน แล้ว คือรถเมล์ในเกียวโต เป็นแบบราคาเดีัยวน่ะครับ ซื้อไว้ 2 ใบ สำหรับวันนี้และวันต่อไปครับ การขึ้นรถเมล์เนี่ย ต้องดูให้ถูกป้ายนะครับ ว่ารถที่เราจะขึ้นเนี่ย จอดที่ป้ายอะไร รถจะจอดให้คนลงืที่ประตูด้านหน้าให้หมด แล้วจะเปิดประตูตรงกลางให้คนขึ้นครับ ที่สำคัญต้องเข้าแถวนะครับ *-*

ของผมนั่งไปลงที่ป้ายที่ชื่อ Senbon Demizu ครับ เดินต่อไปอีกหน่อย ข้ามถนน ก็จะเจอซอยเล็กๆที่เป็นที่ตั้งของโฮสเทล ที่เราจะไปพักใน 2 คืนแรกครับ

 

 

ออกจากสถานีเกียวโต จะเจอ เกียวโตทาวเวอร์

 

ชื่อ Kanouya เป็นอารมณ์ว่า บ้านของคนญีปุ่นที่เปิดเป็นที่พักให้นักท่องเที่ยวน่ะครับ ตอนแรกก็คุยกันกับเพื่อนว่า จะเป็นคุณป้าที่ใจดีรึเปล่านะ แต่พอกดกริ่งและเจ้าของมาเปิด

เฮ่ย!!! ผู้ชายนี่หว่า.....

อึ้งกันไปเป็นแถบเลยครับ

แต่คือ พี่เค้าก็ดูแหววๆนะ น่ารักดี เค้าเตรียมแผนที่ไว้ให้แล้วก็ชี้ให้เราดู แล้วก็คุยกันอีกนิดหน่อย คุยกันแปปเดียวเราทั้ง 5 คนก็ตกหลุมรักพี่เค้าซะแล้ว ก็พี่เค้าน่าร้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

แต่พี่เค้าบอกว่าเค้ายังไม่เตรียมห้องเลย ค่อยกลับมาใหม่ตอน 4 โมง เราก็เลยฝากของไว้แล้วเดินหาร้านกินข้าวกัน จนเจอร้านที่เค้าคิดว่าถูกแล้ว ก็เลยเดินเข้า คุณป้าเห็นว่ามาเยอะ ก็เลยเปิดห้องด้านในให้

อาหารอร่อยมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

ผมเลือก ข้าวหน้าไก่กับไข่้ (โอยาโกะด้ง) ราดเดมิกราซอสครับ

 

ระหว่างรออาหาร
มาแระ...ยิ่งมองยิ่งหิว

 

ฮึก อร่อย....

เสร็จแล้วก็เดินไปปราสาทนิโจครับ เค้าบอกว่าเวลาเราเดินไปตามทางในปราสาทจะมีเสียงดังเหมือนนกไนติงเกล

ก็.....ก็เสียงเท้าอะแหละ 555555+ นกอาราย ไม่มี๊~

แต่ปราสาทสวยมากครับ ประทับใจ ไม่ต้องปีนบันไดให้เมื่อยด้วย เหอๆ

แล้วก็ไปเดินดูซากุระนิดหน่อย ยังบานไม่เต็มที่เลยอะครับ แต่ก็พอเห็นความงามได้

 

ข้างในสวยมากเลยครับ ใครได้ไปเกียวโตก็อย่าลืมแวะไปนะ

 

 

ไม่รุว่าดอกซากุระหรือดอกบ๊วยนะ แยกไม่ออก -*-

 

เสร็จแล้วก็มั่วๆคลำทางไปสถานีเกียวโต ไปดูห้าง แล้วก็ไปซื้อไอติมมากินครับ

อร่อยอีกแล้วววววววววววววววววว

ให้ตายเหอะ!!!! รักประเทศชาตินี้จริงๆ

 

ไอติมจากร้าน Lawson

 

เสร็จแล้วก็กลับที่พักคร้าบ คุณพี่ใจแหววเตรียมห้องให้แล้ว น่ารักมาก

ตอนกินข้าวเย็นกันอยู่ก็ได้ถามชื่อ คุณพี่บอกชื่อ ซาโยโกะคร้าบ

พี่ซาโยโกะน่าร้ากกกกกกกกกกกก

ไว้พรุ่งนี้มาต่อคร้าบ

 

คอลเล็คชันรูปกระโดด ที่ปราสาทนิโจ

 

กระโดดท่านินจา เริ่มแอ็ดแวนซ์ - -*

 

"กล้าถ่าย" รูปที่ 1

 

"กล้าถ่าย" รูปที่ 2

 

 

"กล้าถ่าย" รูปสุดท้ายของวันนี้

 

ไว้เจอกันวันต่อไปครับ!

 

 

 

Comment

Comment:

Tweet


I don't want to damage my career and I <a href="http://qualityessay.com/buy-a-term-paper-essay.html">Buy a term paper essay</a> just because of that.
#2 by GlendaHoward33 (193.105.210.41) At 2011-11-09 13:38,
อิจฉา อยากไปบ้างจัง
#1 by 草の 明ら  At 2008-04-05 22:06,

Sakito Mueller
View full profile